วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Power of Ten

สวัสดีครับวันนี้ผมคงไม่เขียนอะไรมากมายแต่แค่อยากจะฝากคลิปๆหนึ่งไว้ให้
ทุกท่านได้ชมกัน บางท่านอาจจะเคยดูแล้วแต่บางท่านอาจจะไม่เคยดูเลย
เป็นคลิปวีดีโอที่ทำในยุค 70's มีหลายคนถามถึงก็เลยอยากจะเอามาแปะไว้
ในนี้เพราะผมเห็นว่ามันดีมีประโยชน์ อยากให้ลองดูจนจบครับ ;)



คลิปนี้มีชื่อว่า Power of Ten เป็นคลิปเก่าแต่เปิดดูกี่ทีมันก็ยังใช่ เพราะความจริง
ของมนุษย์ที่ว่าเรานั้นไม่ได้สำคัญมากมายอะไรในจักรวาลเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆของ
ระบบที่ใหญ่มาก จนเราไม่สามารถจะเข้าใจทุกๆอย่างได้ ..




 

Power of Ten 
พลังแห่งการขยาย 10 เท่า 




 ถ้าท่่านดูจบแล้วลองมาตั้งคำถามกับตัวเองดูว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ชีวิตที่ใช้อยู่เนี่ยมันใช่
แบบที่ต้องการมั้ย ? เราสมควรเกลียด ควรทะเลาะกับใคร หรือ ทำสงครามกับใครรึป่าว ? 
ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย คิดว่าตัวเองเก่ง ลาภยศ สรรเสริญมันคืออะไร สรุปเราคิดไปเองทั้งนั้น บ้าไป
ด้วยกัน ไม่มีอะไรสำคัญเลย เราเล็กมากถ้าเทียบกับจักรวาล เราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่กระพริบได้ ที่พยายามจะคิดครอบครองธรรมชาติ ? ทั้งๆที่เราเป็นแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ลองคิดดูครับว่าชีวิตนี้เราทำอะไรเพื่อใครบ้างรึยัง หรือยังโง่มองว่าคนอื่นเลว เราดี คนอื่นดี เราเลวอยู่ ทั้งๆที่ดีกับเลวมันก็เล็กเท่ากัน แล้วเราจะไปบ้าีดี บ้าเลว กันทำไม ? ลองตั้งคำถามพวกนี้ในหัวดูครับแล้วลองคิดดูว่าเราจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเรายังไง ..




อยากหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรม Hip-Hop และข่าวสารในวงการเต้น
B-boy ,B-girl , Freestyle และ Streetdance สนใจติดต่อเราเพื่อเรียนเต้นหรือจ้าง
งานกับทีมงานระดับมืออาชีพ ได้แชมป์จากในปละต่างประเทศมากมาย !


Free Soul Studio 
https://www.facebook.com/freesoulstudio/
http://www.FreeSoulStudio.com/

Jam On It Official Page 
https://www.facebook.com/JamOnItParty/

หรือติดตามข่าวสารจากตัวผู้เขียนด้วยการ
กด Follow หรือ กด Like ได้ที่นี่ครับ !
https://www.facebook.com/bboycheno99flava/
https://www.facebook.com/cheno.ninetynineflava/



*** สามารถฟังเพลง Funk Soul Oldschool Breakbeat ในเพลลิสของผมได้ครับ ;) ***

https://www.youtube.com/watch?v=hZpCrdU4iRY&list=PLIbVSuaC_0rxkmRoFBrHQOpaudnfDuGo5



วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ความเป็นจริงของความจริง !

สวัสดีครับท่านผู้อ่านวันนี้ว่างเลยอยากเขียนอีกซักหนึ่งบทความ วันนี้ก็วันพุธแล้ว
อยากจะให้คุณๆท่านๆ ออกมาทำเรื่องดีๆเพื่อตนเองและสังคมกันครับทำอะไรง่ายๆ
ในบ้าน นอกบ้านกับเพื่อนร่วมงาน จะได้เติมเต็มความสุขใจให้ตนเองด้วยครับ




มาเริ่มกันเลยดีกว่า .. วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องของ "ความเป็นจริง" อะไรคือความเป็นจริง ?



ความเป็นจริงคือการรับรู้ผ่าน ตา หู ปาก จมูก ลิ้น และ ร่างกาย แล้วประมวลผลการรับรู้
ออกมาเป็นสิ่งที่เราเข้าใจผ่านสมอง ทำให้เรามองเห็นสิงต่างๆอย่างที่เราเห็น รู้สึกอย่าง
ที่เรารู้สึก แล้วตอบรับสิ่งต่างๆออกมาตามความรู้ึสึกนึกคิดของเรา


โลกแห่งความเป็นจริงของเรามันเป็นโลกแห่งความเป็นจริงได้เพราะเราคิดว่ามันเป็นจริง
ผ่านสติของเราเท่านั้นไม่ใช่ประสาทสัมผ้สของอวัยวะใดใด อวัยวะต่างๆเป็นเพียงสื่อที่
จะทำให้ส่วนประกอบของภาพหรือรูปแบบการรับรู้ของเราแจ่มชัดขึ้นในแบบที่เรา "คิด"




ทำไม่ต้องแบบที่เราคิด ?   

ทั้งๆที่การรับรู้โดยตรงนั้นแทบไม่ต้องใช้ความคิดเพียงแต่ใช้แค่ความรู้สึกเท่านั้น สัมผัสทุกอย่าง
และรับรู้มันได้โดยตรง ความคิดเป็นเรื่องของการประมวลตัดแต่งเพิ่มเติม ลดทอน ส่งเสริม ใส่
ทัศนะคติที่ดี ที่เลว ชอบ ไม่ชอบ เกลียด รัก มีความสุข ความทุกข์ ตรงนี้คือส่วนที่สมองจะทำงาน
ทั้งๆที่มันไม่จำเป็นต้องทำงานก็ได้การรับรู้ที่ออกมาก็จะมีความบริสุทธิ์กว่ามาก เพราะมันคือการ
รับรู้ผ่านการทำงานของอวัยวะส่วนนั้นโดยตรงเลย สมองไม่มีหน้าที่อะไรเลยด้วยซ้ำที่จะนำสาร
นั้นมาดัดแปลงลงมาใส่ในความคิดและจิตใจของเรา

หน้าที่ของสมองมีเอาไว้คิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหา คำนวนสิ่งต่างๆ ใช้ตรรกะ เอาตัวรอดในสถานการณ์
ต่างๆได้ ใช้เหตุผลเพื่อทำให้ิ่สิ่งต่างๆตั้งอยู่้ด้วยกันให้ได้ ไม่มีปัญหาใดใด เราลองมานึกกันเล่นๆดูครับ
ว่าถ้าเราใช้สมองเดิมๆของเรา แต่ตาของเราไม่ใช่ตามนุษย์ แต่เป็นตาของแมลงวันมาตั้งแต่เกิด มันจะ
เกิดอะไรขึ้นครับ แน่นอนว่าตาของแมลงวันสามารถมองได้ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า ดังนั้นการรับรู้ด้วย
ตาของแมลงวันและสมองของมนุษย์ เมื่อทำงานร่วมการรับรู้ความจริง ที่แตกต่างออกไป คนๆนั้นจะ
เป็นทุกอย่างเป็นภาพช้า (ภาพ Slow) มีการขยับร่างกายได้ไวกว่าปกติ เพราะด้วยการรับรู้ที่แตกต่างไป
จากตาของมนุษย์ปกติ ความเข้าใจ การเรียนรู้สิ่งต่างๆก็กลายเป็นเรื่องอื่นๆไปเลย เขาจะกลายเป็นคน
บ้าท่ามกลางหมู่คนปกติไปเลย ผมถึงบอกว่าตากับสมองเป็นตัวกำหนดสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง
ของเราคนเดียวเท่านั้น !



เอาอีกซักหนึ่งตัวอย่างหนึ่งครับ สมมุติว่าผมมองเคยเห็น UFO มองเห็นวัตถุทรงกลมคล้ายยานที่มี
แสวงสว่างออกมาจากตัวเองบินอยู่ในเวลากลางคืน แค่กับคนที่ไม่เคยเห็นเข้าจะบอกว่าผมบ้าทันที
หรือจะเกิดอาการสงสัยและไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดถึงว่ามันคืออะไร เพราะไม่เคยมีประสบการณ์แบบ
เดียวกัน ความจริงของผมเลยไม่ใช่ความจริงของคนอื่นๆ เพราะไม่ว่ามันจะเป็นอะไรผมก็เคยเห็น
สามารถอธิบายรูปร่างและวิธีการเคลื่อนที่ เวลาสถานที่ ได้อย่างชัดเจน แต่ทว่ากับคนที่ไม่เคยเห็น
เหมือนกับที่เราเห็นเขาก็จะไม่เข้าใจ กลายเป็นเราไปอำเขาตลกๆ ทั้งๆที่เราเห็นมันจริงๆ



ความจริงของแต่ละคนจะสามารถเข้าใจได้ด้วยสิ่งเดียว ไม่ใช่ประสาทสัมผัส แต่เราสามารถรับรู้ได้
ผ่านสิ่งเดียวคือ "สติ" ถ้าคุณฟังอาจารย์สอนในห้องเรียนตลอด โดยไม่ฟังเพื่อนข้างๆเม้าท์เรื่องต่างๆ
ให้ฟังรับรองได้ว่าเพื่อนในห้องของคุณก็แทบจะไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพราะสติของคุณจับอยู่กับการสอน
ของอาจารย์เลยไม่ได้ยินว่าเพื่อนเรากำลังพูดอะไร และการรับรู้นั้นแหละครับคือความจริงของเรา
บางครั้งความจริงที่ว่านี้มันก็อยู่ในความฝัน ความฝันทุกครั้งที่เรารู้สึกว่ามันจริงเหลือเกินทั้งๆที่เรากำลัง
หลับอยู่หลายๆอย่างเกิดขึ้น ทั้งฝันดี ฝันร้าย อยู่กับคนที่รัก ถูกไล่ล่า ทุกอย่างเหมือนจริงยังกับเรา
อยู่ตรงนั้นจริงๆก็เ้พราะว่ามันจริงของเราไงครับ !  คุณเคยง่วงนอนมากๆแล้วต้องฝืนไม่นอนมั้ยล่ะครับ
มันจะมีอาการ "กึ่งหลับกึ่งตื่น" คือ ฝันในขณะที่กำลังลืมตา จะมีความคิดไม่พึงประสงค์โผล่เข้ามา
เพราะเราเหนื่อยๆมากๆ มีเสียงอะไรผ่านเข้ามา ทั้งๆที่ไม่มีเสียงอะไร แต่กลับเป็นเีสียงในหัวของเรา
เพราะเหนื่อยๆมากจนความจริงกับความฝันเริ่มมารวมกันและในทีุ่สุดคุณก็จะง่วงนอนมากจนหลับไป
อาการนี้มาจากการไหน ? แล้วทำไมมันรู้ึสึกจริงเหลือเกิน ทั้งๆทีตาของเราก็ลืมอยู่แต่มองอะไรได้พร่่า
มัว หูของเราก็ได้ยินอยู่แต่กลับได้ยินเสียงที่ไม่ได้มาจากภายนอกแทน ฉนั้นความจริงของเราก็ไม่ได้
มาจากภายนอกเสมอไป ความจริงคือการรับรู้ผ่านสติ แม้จะไม่ได้เป็นแบบภาพที่ลูกตาเราเห็นแต่
สามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้คืออะไร ตรงนี้ต่างหากคือความเป็นจริง






คนเรามันบ้าพอๆกัน เข้าใจสิ่งต่างๆคิดสิ่งต่างๆ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเหมือนกัน ทั้งๆที่ความเป็นจริง
ที่เรามองเห็นมันก็แทบจะไม่ใช่ความเป็นจริงเลยด้วยซ้ำ เราเชื่อประสาทสัมผัส เราเชื่อสมอง เราเชื่อ
คนที่คิดแบบเดียวกับเรา ทั้งๆที่เขาก็เห็นความจริงๆในแบบเดียวกันแต่ก็ไม่รู้ว่ามันไม่จริง ไม่มีอะไรเชื่อ
ได้จริงๆิ่สิ่งที่เราเชื่อได้คือสิ่งที่เราใช้สติของเราเข้าไปสัมผัสมันเท่านั้น คนบ้ามีโลกของคนบ้า ความจริง
ของคนบ้านั้นแตกต่างจากเราเพราะเขามีวิธีการคิดที่เหนือจากตรรกะของสิ่งทั่วๆไปที่เรามองเห็น บาง
อย่างมันไม่มีเหตุผลสำหรับเราแต่สำหรับคนบ้ามันมีเหตุผลสำหรับเขามาก และนั่นคือความเป็นจริง
ของคนบ้าที่เขามองเห็นและคนทั่วไปก็บอกว่าเขาบ้า เพราะเขาไม่ได้รับความจริงในแบบเดียวกับเรา



ทุกวันนี้คนปกติที่ยอมรับความเป็นจริงแบบเดียวกันก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าปกติเพราะคิดว่า
ตัวเองเก่งตัวเองฉลาดที่สุด ปฏิเสธในสิ่งที่ตัวเองมีสัมผัสไม่ได้ว่ามันไม่มีจริง ทั้งๆที่ความสามารถในการรับรู้ของมนุษย์มีความสามารถที่ไม่ละเอียดมากขนาดนั้นแต่ก็ยัง ยึดติดประสาทสัมผัสของตัวเอง ยึดติดสมองของตัวเองว่ามันเลิศเลอเชื่อได้อยู่เสมอทั้งๆที่จริงๆมันไม่ใช่ ร่วมกันเพ้อเจ้อเข้าใจว่าตนเองจะสามารถควบคุมโลก ควบคุมธรรมชาติได้ ยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่ก็ไม่เคยสู้ความเป็นจริงของธรรมชาติได้เลยแม้แต่นิดเดียว ความจริงของเราถูกคนอื่นๆสนับสนุนว่ามันจริงเราก็เลยชื่อมาตามๆกันว่ามันจริง บางอย่างที่เหนือธรรมชาติเวลาเราเห็นมันก็มักจะถูกปฏิเสธจากตรรกะของเราและความคิดของผู้อื่นว่ามันไม่จริงทั้งๆที่มันจริงมากเพราะมันเกิดขึ้นกับเราโดยตรงซึ่งใครก็ไม่สามารถเข้าใจในแบบที่เราเข้าใจได้ ความจริงของคนตาบอดแต่กำเนิดกับความจริงของคุณแน่นอนมันต้องแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับฉันใดก็ฉันนั้น !




อยากหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรม Hip-Hop และข่าวสารในวงการเต้น
B-boy ,B-girl , Freestyle และ Streetdance สนใจติดต่อเราเพื่อเรียนเต้นหรือจ้าง
งานกับทีมงานระดับมืออาชีพ ได้แชมป์จากในปละต่างประเทศมากมาย !


Free Soul Studio 
https://www.facebook.com/freesoulstudio/
http://www.FreeSoulStudio.com/

Jam On It Official Page 
https://www.facebook.com/JamOnItParty/

หรือติดตามข่าวสารจากตัวผู้เขียนด้วยการ
กด Follow หรือ กด Like ได้ที่นี่ครับ !
https://www.facebook.com/bboycheno99flava/
https://www.facebook.com/cheno.ninetynineflava/



*** สามารถฟังเพลง Funk Soul Oldschool Breakbeat ในเพลลิสของผมได้ครับ ;) ***

https://www.youtube.com/watch?v=hZpCrdU4iRY&list=PLIbVSuaC_0rxkmRoFBrHQOpaudnfDuGo5

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Battle กับตัวเอง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านห่างหายไปหลายวันเป็นยังไงกันบ้างครับผมหวังว่าคงสบายดี
วันนี้มาอ่านผมฟุ้งกันหน่อยนะครับ วันนี้ขอเขียนเกี่ยวกับเรื่องการ Battle ซักหน่อย




BATTLE - สงคราม 

การ Battle ในภาษาของวัฒนธรรม Hip-Hop คือการท้าทายแข่งขันกันในเรื่องของ
ความสามารถว่าใครเจ๋งกว่า ของใครเยอะกว่า (ความสามารถใึครเยอะกว่า) เป็นการ
สู้กัีนด้วยความสามารถในเชิงของความคิด ศักยภาพในการแสดงออกถึงตัวตนของ
แต่ละคน ว่ามีอะไรที่สามารถลบล้างความสามารถของฝ่ายตรงข้ามได้บ้าง ไม่ใช่
การใช้กำลังเพียงอย่างเดียว .. 




ถ้าจะพูดถึงเรื่องของการ Battle ในวัฒนธรรมของ Hip-Hop แล้วก็จะเน้นเรื่องของความ
สามารถด้านความคิดการสื่อสารกับฝั่งตรงข้ามในเรื่องของฝีมือ ว่าใครมีไอเดียดีกว่า
ใครมีเทคนิคที่เหนือกว่า ซึ่งใน 4 Elements ของ Hip-Hop (ฺB-boy ,DJ ,Graffiti และ MC)
 แล้ว เป็นการต่อสู้ในเรื่องของตัวตนล้วนๆ ส่วนเรื่องเทคนิคเป็นสิ่งที่คนที่ทำใน Element
นั้นๆจะสามารถรู้ได้ว่าใครเก่ง ตามการรับรู้ในประสบการณ์ของแต่ละคน ในบางครั้งเป็นเรื่อง
ที่เข้าใจได้ยากสำหรับคนทั่วๆไป เพราะคนที่ทำกัีบคนที่ไม่ได้ทำจะมองกันคนละแบบเช่นว่า
คนที่คิดว่า B-boy ที่เต้นท่าตีลังกาหรือท่ายากๆ นั้นจะต้องเก่งกว่าเสมอไป ทั้งๆที่ความไหล
ลื่นการฟังเพลงอาจจะไม่มีเลยแต่ กลับไปมองภาพที่เห็นซะเป็นส่วนมาก เพราะความคิดที่
ว่า B-boy จะต้องมีท่ายากๆจะต้องตีลังกาหมุนหัว ต้องลอยได้มันอยู่ในหัวมาก่อนแล้ว แต่
อันที่จริงก็ไม่ได้ทราบว่าสิ่งเหล่านี้เป็นท่าที่ปกติมากสำหรับคนที่เต้นทั่วๆไป เพราะทุกคนฝึก
แต่แค่ใครจะนำเสนออะไรออกมามากกว่าเท่านั้นเอง เพราะอีกคนอาจจะทำท่ายากได้เยอะ
มากๆก็ได้แต่แค่อยากจะนำเสนอสิ่งที่แปลกใหม่ไม่มีใครเคยเห็น ผมจึงบอกว่ามันเป็นการต่อ
สู้กันด้วยความคิด ตัวตนของแต่ละคนโดยผ่านการฝึกฝนมาตามสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัด
โดยสิ่งเหล่านั้นจะนำมาเป็นไม้ตายในการต่อสู้ของคนนั้นๆ บางครั้งอาจจะเป็นแค่เทคนิคง่ายๆ
แต่มันไม่มีใครคิดจะทำก็สามารถเป็นอาวุธทางความคิดที่สามารถเอาชนะฝั่งตรงข้ามได้เหมือนกัน
บางทีความยากก็ไม่ใช่บทสรุปของการชนะแพ้เสมอไป ความแปลกใหม่ในบางครั้งที่มันใหม่
มากๆอาจจะทำให้คนดูไม่เข้าใจ เข้าหาเราไม่ถึงแต่อย่างไรก็ตามถ้าเราตั้งใจทำมันจนมันใช้ได้
เข้ากับตัวตนเราได้จริงๆ และเราถนัด สิ่งนั้นจะส่งเสริมความสามารถของเราให้พัฒนาไปอีกขั้น
ซึ่งตรงนี้สำคัญมากๆถ้าในภาษาของวัฒนธรรม Hip-Hop เราจะเรียกสิ่งนี้ว่า "Style"




ปัจจุบันการ Battle มีหลายแบบหลายลักษณะตามจุดประสงค์ต่างๆ เช่นว่า Battle เพื่อชิงรางวัล 
หรือ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ สมัยนี้การแข่งขันในเรื่องของนี้มีมากขึ้น มีเรื่องของรางวัล มีชนะ มีแพ้
มากขึ้นจนทำให้คนที่เริ่มก้าวเข้ามาู่สู่เส้นทางนี้สับสนว่าต้องทำอะไร การ Battle จริงๆไม่ได้มา
จากการที่มีใครคนหนึ่งเอาเงินรางวัลมาตั้งแล้วตั้งหน้าตั้งตาสู้กันเพื่อแย่งเงินรางวัล หรือ มีกรรมการ มานั่งตัดสินว่าใครเก่ง ใครผิด ใครถูก การ Battle จริงๆไม่มีเงินรางวัล มีแต่เรื่องระหว่างคนสองคนที่จะสามารถตัดสินกันเองได้ว่าตัวเองแพ้หรือชนะ เก่งจริงหรือไม่จริง ลึกๆเมื่อ Battle กันเสร็จก็จะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นยังไงขาดอะไร เป็นการสู้กันด้วยความเป็นตัวของตัวเอง และจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะรู้ผล เพราะมันคือการสู้กับตัวเอง แต่มีคนอีกคนมาแข่งๆกับเราเพื่อเป็นเครื่องชีวัดว่าเรามีความามารถมากน้ิอยขนาดไหน เป็นการ Battle เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่พิสูจน์ให้คนอื่นรู้ว่าเราเก่งไม่ได้พิสูจน์ให้คนอื่นรู้ว่าเราต้องได้รางวัล มันเป็นคนละเรื่องกัน เพราะการแข่งขันมันเป็นแค่เกมส์ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เราพัฒนาฝีมือ แต่ไม่ได้แปลว่าการแข่งขันงานใดงานหนึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก โลกใบนี้มีผู้คนมากมายที่มีฝีมือแต่ไม่ยอมออกมาแข่งก็มี บางคนหลงโลกมองว่าการแข่งขันพวกนี้เป็น Battle จริง เลยไปเอาจริงเอาจังคาดหวังกับงานแข่งมากจนเกินไป จนทำให้ตัวเองเสียสูญหลงทาง จนหาตัวเองไม่เจอว่าตัวเองชอบอะไรก็มีเยอะแยะไป เลยทำอะไรได้ไมุ่สุดซักอย่างเพราะมัวแต่มานั่งคิดโทษว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี กรรมการแย่ กรรมการห่วย แต่ไม่เคยรู้ว่าใจของตัวเองต้องการอะไร ดังนั้นแข่งกี่ 10 กี่ 100 งาน ก็ไม่มีทางเข้าใจตัวเองได้ เพราะเอาใจไปผูกกับสิ่งภายนอกมากจนเกินไป ทั้งๆที่ตัวเองก็มีความสามารถแต่ไม่เคยคิดถึงตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง แล้วใครจะมาทำเพื่อคุณ ในเมื่อคุณยังไม่รู้จักตัวเอง จะให้คนอื่นเขามารู้จักคุณในแบบของคุณเองได้ยังไง ?







Battle ที่แท้จริงคือการสู้กับตัวเอง สู้กับความกลัว ความคิด ความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์ สู้กับเหตุการณ์
เฉพาะหน้าที่ไม่คาดฝัน คู่ต่อสู้ของคุณคือเงาที่สะท้อนความกลัวของคุณออกมาผ่านสิ่งที่คุณทำ ใคร
ที่พลาดไปคิดถึงเงาของตัวเองมากเกินไปก็เสียสติเสียสูญในการต่อสู้ในแต่ละครั้งได้ คนที่แพ้ส่วนใหญ่
คือคนที่ไม่รู้จักตัวเอง ตามเกมส์คนอื่น ตามความกลัวของตัวเองไปจนกระทั่งมันกลัวขึ้นมาจริงๆ มันก็
เลยพลาดพลั้งเสียที "ตัวของตัวเอง"    



การสู้กับใจตัวเองเป็นสิ่งที่ยากที่สุดยากยิ่งกว่าการสู้กับภาพที่เรามองเห็นซะอีก !




อยากหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรม Hip-Hop และข่าวสารในวงการเต้น
B-boy ,B-girl , Freestyle และ Streetdance สนใจติดต่อเราเพื่อเรียนเต้นหรือจ้าง
งานกับทีมงานระดับมืออาชีพ ได้แชมป์จากในปละต่างประเทศมากมาย !


Free Soul Studio 
https://www.facebook.com/freesoulstudio/
http://www.FreeSoulStudio.com/

Jam On It Official Page 
https://www.facebook.com/JamOnItParty/

หรือติดตามข่าวสารจากตัวผู้เขียนด้วยการ
กด Follow หรือ กด Like ได้ที่นี่ครับ !
https://www.facebook.com/bboycheno99flava/
https://www.facebook.com/cheno.ninetynineflava/



*** สามารถฟังเพลง Funk Soul Oldschool Breakbeat ในเพลลิสของผมได้ครับ ;) ***

https://www.youtube.com/watch?v=hZpCrdU4iRY&list=PLIbVSuaC_0rxkmRoFBrHQOpaudnfDuGo5

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

คิด + ทำ = แม่เหล็ก !

สวัสดีครับท่านผู้อ่านห่างไปเสียนานไม่ได้ Update เลย เป็นอย่างไรกันบ้างครับหวังว่าคงจะสบายดี
มีความสุขกันทุกคน อากาศก็เริ่มเปลี่ยนฝนในกรุงเทพฯก็ไม่ค่อยตกแล้ว ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วย
นะครับ  ;)




คุณเชื่อเรื่องแรงดึงดูดเกี่ยวกับความคิดรึป่าว ? 




ยิ่งคิดถึงมันมากเราก็ยิ่งเข้าใกล้มันมากขึ้น ..


ได้พบเจอได้สัมผัสมันมากขึ้น .. 


มีความเชื่อมโยงโดยบังเอิญ .. 


บางครั้งก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันมีที่มาอย่างไร .. 



ความคิดของเราเป็นเสมือนแม่เหล็กจริงๆ ถึงแม้แต่จะแค่คิดแต่ไม่ได้ทำอะไรเลย
มันก็ยังคงได้พบสิ่งนั้นอยู่ดีอาจจะเป็นแค่ภาพ คำพูด การฟัง ความคิดของเราจะ
ปักทัศนะคติแบบนั้นลงไปในสมองของเราว่า วันนี้นายต้องเจอมัน


ตัวอย่างเช่น 

ช่วงนี้ผมชอบแชร์รูปสาวรัสเซีย ฝรั่ง  อยู่ดีๆชีวิตมันก็เริ่มอินเตอร์ ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ 
มีเพื่อนมาจากรัสเซีย มาหลาย คนหลายกลุ่ม หลายเที่ยว ญี่ปุ่น แคนาดา แขก สเปน 
มาหมด มาแบบงงๆเบลอๆ มาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เรียกได้ว่าไม่ค่อยได้พูดภาษาไทย
เลยวันๆ 


เรื่องราวต่างๆมันถูกดึงดูดให้เราเข้าไปทำอะไรเหล่านั้นพัวพันกับคน กับสังคม กับอะไรมากมาย
ที่เราคิดทั้งๆที่ บางอย่างเราไม่ได้คิดถึงมาก แต่ลึกๆก็คิดอยู่ในใจ หรือบางอย่างที่เราคิดทุกวัน
มันผลิตสิ่งที่เรียกว่า แม่เหล็ก ขึ้นมาดึงหัวของเราเข้าไปติดกับสิ่งเหล่านั้นอย่างน่าแปลกประหลาด
คนที่บอกว่าอยากได้นั้นได้นี่ แต่เอาแต่พูดไปเรื่อยแบบไม่ได้จริงๆจังมันก็จะได้ แต่แรงดูดมันจะเบาๆ
ตามความไม่ใส่ใจของเรา คิดถึงมาก จริงจังมาก ดูดมาก คิดถึงน้อย จริงจังน้อย ดูดน้อย มันไม่ใช่
แค่กระแสความคิดอย่างเดียว ความคิดพวกนี้มักจะพาเราให้ไปทำในสิ่งที่เราคิดอยากจะได้ อยากจะทำ
อย่างเช่น อยู่ดีๆผมก็อยากพูดภาษารัสเซียเป็นขึ้นมา ทั้งๆที่จริงๆไม่เคยคิดจะสนใจเรียนเลยแต่ชอบ
ประเทศนี้ตรงที่ว่า สาวสวย ในเกมส์วางแผนการรบโซเวียตมันเท่ห์ดี พูดภาษาัอังกฤษห้วนๆติด ร เรือ
แบบมีสไตล์ แต่สิ่งที่ผมพล่ามมาทั้งหมดนี้กลายเป็นเหตุผลรองไปทันที เพราะท่านได้เห็นเหตุผลหลักของผมอยู่ตรงคำแรกแล้วว่า "สาวสวย" ทุกอย่างจบแค่คำนั้นและนั่นแหละคือแกนความคิดของเรา และมันจะมีเหตุผลอื่นพ่วงตามมากับความไม่มั่นใจในคำตอบ หรือ ต้องการหลบเลี่ยงความคิดของตัวเองให้ผู้อื่นรู้นั่นเอง !



จากประสบการณ์ของผมการแค่คิดบางคนบอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่เกิดประโยชน์ อาจใช่ครับแต่ไม่ใช่ทั้ง
หมดสำหรับผม คนเราแค่เริ่มคิดมันก็เยี่ยมแล้วเพราะแรงบรรดาลใจทำให้แม่เหล็กในหัวเราทำงานแล้ว
เมื่อมันทำงานมันก็จะค่อยๆเริ่มหาวิธีทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ แม้บางความคิด
ที่สมองผลิตออกมาจะใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ถ้าความคิดนั้นมีความแข็งแรงพอ มีพลังงานที่เรียกว่า
"ความรู้สึกดี" มากพอมันก็ยังจะสามารถขับเคลื่อนความคิดให้กลายเป็นความจริงได้ แต่ยังไงซะเราก็
ยังต้องการพลังงานในการขับเคลื่อนความคิดอยู่ดีดังนั้นผลของสิ่งนี้มันจะอยู่ที่ ประสบการณ์ เหตุ
ปัจจัยต่างๆ ที่ความคิดใช้และแสดงออกมาผ่านการกระทำว่ามันประมวลผลได้แบบไหน บางครั้ง
ความคิดของเราอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ที่สุดจนสามารถดึงทุกอย่างที่เราต้องการเข้ามาหาเรา แต่ว่า
ถ้าเราเข้าใจกฏธรรมชาติของการคิด เราจะเข้าใจหลักการทำงานของมัน กระบวนการคิดของเราถ้าหากเรายิ่งไปย้ำมันมากๆแล้วไม่ทำแสดงว่าเราแค่คิดอยากจะพูดเฉยๆ ไม่ได้อยากลงมือทำจริงๆนั่นคือ"ความคิดที่ไม่แท้" ดังนั้น "ความคิดที่แท้" จะทำงานต่างกันคือหลังจากคิดแล้วจะไปออกที่การกระทำในแง่ของการปฏิบัติเลย จะไม่คิดซ้ำไปมา การซ้ำความคิดมากๆมันจะทำให้เราเบลอและยิ่งงุนงงสับสนกับความคิดพวกนั้น และยิ่งคิดๆๆๆๆๆๆ ก็จะยิ่งลืมๆๆๆๆ เพราะธรรมชาติของมันเป็นแบบนั้น ยิ่งกระตุ้นมันมันไม่ใช่ยิ่งจำนะครับ แต่มันกลับทำให้ยิ่งลืมง่าย เพราะเมื่อเราเจอความคิดใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาแทรกของเก่าก็ตกประเด็นไปเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจแล้วล่ะครับ แต่ถ้าเราคิดแล้วทำเลย มันจะให้ผลที่แตกต่างแม่เหล็กจะทำงานได้มากขึ้นเพราะเราแสดงเจตจำนงของเราผ่านการกระทำไม่ใช่ "คำพูด"







ความคิดไม่มีเสียง เว้นแต่ว่าเราจะออกเสียงมัน !!! 

 
การพูดบ่อยๆเป็นอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ การทำบ่อยๆตามความคิดที่เราตั้งใจ เกิดประโยชน์มากกว่าแม่เหล็กจะทำงานได้แรงและเร็วกว่าเก่าเพราะ เราจะเป็นแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่หันเข้าหากันมันจะดูดกันเร็วกว่าเดิมแบบเร็วจี๋ ยิ่งเราทำสำเร็จมากขึ้นเท่าไหร่มันก็จะนิ่งเติมพลังความคิดให้แข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น เพราะแค่เราคิดใจเราก็จดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นแล้ว มาลองนึกดูว่าถ้าทำไปด้วยมันก็ยิ่งจดจ่อมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า แล้วความคิดก็จะไม่ใช่แค่ความคิดเพ้อเจ้อ เป็นแค่จินตนาการ แต่มันจะสามารถเกิดขึ้นได้ต่อหน้าต่อตาของคุณถ้าคุณแน่พอ และไม่หยุดเติมพลังความคิด อย่าลืมว่าจินตนาการทำให้เราสามารถอยู่บนโลกใบนี้ในแบบที่เราเป็นได้ ทำให้เรามีน้ำสะอาด มีไฟฟ้าใช้ มีดาวเทียมถ่ายทอดสด มีอินเตอร์เน็ท มี 3G มีเครื่องบินใช้ข้ามประเทศ ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากจินตนาการที่ผ่านการทำจนสำเร็จเป็นผลลัพธ์ของมวลมนุษยชาติ (ยกเว้นธรรมชาติ) 




ขอให้ทุกท่านใช้แม่เหล็กของท่านให้เป็น สามารถเข้าใจการทำงานของมันและสามารถใช้มัน
ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของตัวเองและผู้อื่น จริงๆมันใช้ไม่ยากแต่คนเราชอบ "คิดซ้อน" 
มันก็เลย "ไม่ได้ทำ" เพราะมัวแต่คิดไม่ลองทำมันเลยยากขึ้นไปอีก เราคิดทับจนไม่กล้าดึง
ความคิดออกมาทั้งๆที่ มันก็แค่ดึงออกมาซะก็จบ !
  




อยากหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรม Hip-Hop และข่าวสารในวงการเต้น
B-boy ,B-girl , Freestyle และ Streetdance สนใจติดต่อเราเพื่อเรียนเต้นหรือจ้าง
งานกับทีมงานระดับมืออาชีพ ได้แชมป์จากในปละต่างประเทศมากมาย !


Free Soul Studio 
https://www.facebook.com/freesoulstudio/
http://www.FreeSoulStudio.com/

Jam On It Official Page 
https://www.facebook.com/JamOnItParty/

หรือติดตามข่าวสารจากตัวผู้เขียนด้วยการ
กด Follow หรือ กด Like ได้ที่นี่ครับ !
https://www.facebook.com/bboycheno99flava/
https://www.facebook.com/cheno.ninetynineflava/



*** สามารถฟังเพลง Funk Soul Oldschool Breakbeat ในเพลลิสของผมได้ครับ ;) ***

https://www.youtube.com/watch?v=hZpCrdU4iRY&list=PLIbVSuaC_0rxkmRoFBrHQOpaudnfDuGo5

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Hip-Hop dance คืออะไรล่ะ ?

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านไม่ได้ update มาหลายวัน ช่วงนี้มีอะไรให้ทำเยอะมีหลาย
โครงการอยู่ในหัวสมอง ไหนจะงานเดือนหน้าที่วิ่งเข้ามาแน่นเอี้ยดด แต่สนุกแน่ๆครับ
เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ !


การเต้น Hip-Hop จริงมันมาจากไหนกันแน่ ? 

พื้นๆไม่ได้มาจาก ดนตรี Hip-Hop ที่เราใช้โยกๆกันแบบที่เรารู้จักหรอกหรอ ผมว่ามันก็ใช่
แต่ที่มามันมาจากการเต้นที่ใช้พิสูจน์ตัวตนของคนเต้นด้วย style ของตัวเอง โดยมีพื้นฐาน
มาจากการเต้นกับดนตรี Funk ,Soul ใครที่บอกว่าการเต้น B-boy ,Popping ,Locking
ไม่ใช่การเ้ต้น Hip-Hop นั่นมันเป็นเรื่องที่ผิดสิ้นดี พื้นฐานของวัฒนธรรมการเต้นนี้มันมา
จาก style การเต้นพวกนี้ style การเต้นเหล่านี้แหละเป็นต้นกำเนิดของหลายเทคนิคที่การ
เต้น Hip-Hop ในสมัยใหม่เอามาใช้ทั้งเทคนิคในเรื่องของการ Isolation (การขยับแบบแยกส่วน)
การ Lock (การหยุด) การ Bounce (ฺการเด้ง) การ Footwork (การขยับจังหวะเท้า)
 หลายๆเทคนิคได้นำเอาหลายๆ style การเต้นที่มีมาอยู่แต่เดิมมาผสมผสานเพื่อให้เข้ากับ
จังหวะดนตรีตามแต่ละยุคสมัย จนกระทั่งการเต้นHip-Hop ได้กลายพันธุ์และแตกแขนงออก
มาเป็นหลาย style หลายรูปแบบมากมาย




ความเข้าใจที่ว่าการเต้นแบบนี้เป็นการเต้นแบบ Choreography (การออกแบบท่าเต้น)
เพียงอย่างเดียว เป็นความเข้าใจผิดๆ การเต้น Hip-Hop เป็นการเต้นที่จะมี style เฉพาะตัว
ของแต่ละบุคคล ไม่ใช่การเต้นแบบ Routine (ท่าชุด ท่า set) เพียงอย่างเดียว คนที่เต้น
Hip-Hop คือคนที่จะต้องมี style เป็นของตัวเอง สามารถ Freestyle (ว่าง่ายๆมั่วเป็น) ได้ 
เข้าใจจังหวะการ groove (การโยกตัวไปกับจังหวะเพลงนั้นๆ) ถ้า groove ไม่เป็นมันก็ไม่
ต่างอะไรกับคนเต้นไม่เป็น กลายเป็นหุ่นยนต์ที่เต้นตามเพลงที่กำหนดมาให้เพียงอย่างเดียว
คนที่สามารถ freestyle ได้จะต้องมี พื้นฐานการเต้นจากหลายๆ style เพื่อจะได้เข้ากับเพลง
ที่เปิดขึ้นมา ใครที่บอกว่าเพลง Funk ,Breakbeat Funk ,Disco Funk ฉันเต้นไม่ได้หรอก
เพราะมันไม่ใช่เพลง Hip-Hop คุณคิดผิดถนัดเลย เพราะเพลงเหล่านี้แหละคือพื้นฐานของ
ดนตรี Hip-Hop ที่คุณเอามาใช้เต้นในปัจจุบัน ถ้าคุณเต้นกับมันไม่ได้มันก็เหมือนคุณเต้น
Hip-Hop ไม่เป็นไม่เข้าใจการเต้น Hip-Hop จริงๆ มันไม่ใช่การแบ่งแยกว่า style แบบนี้
เรา้เต้นไม่ได้แต่อย่างน้อยคุณจะต้องเข้าใจที่มาที่ไปของมันคุณถึงจะเต้น Hip-Hop ได้เพราะ
ประวัติาสตร์ Hip-Hop มันมีมายาวนาน คุณต้องศึกษามัน ไม่ใช่บอกว่าฉันเต้นเป็นแต่แบบนี้
ฉันเต้นเป็นแต่ New style (Hip-Hop รูปแบบใหม่) ฉันไม่เข้าใจหรอก และไม่รู้ฉันจะทำไปทำไม
มันก็ได้ครับแต่เมื่อเพลงแบบที่ผมว่าเปิดขึ้นมา คุณจะบอกว่ามันไม่ใช่ Hip-Hop คุณก็คิดผิด
แล้ว ด้วยสื่อเดี๋ยวนี้บิดเบือน ภาพของวัฒนธรรม Hip-Hop จนกลายเป็นอย่างอื่นไปแล้วจน
คนเต้นเข้าใจผิดไปแล้วว่าทุก style มันไม่ได้เกี่ยวกัน ทั้งๆที่ต้นกำเนิดของวัฒนธรรมมัน
มาจากพื้นฐานเดียวกันและมียุคสมัยของมันในการพัฒนาเรื่อยมา คุณอาจจะไม่รู้วันนี้ไม่เป็นไร
แต่ถ้าคุณไม่ศึกษาเลย ไม่เคยทำความเข้าใจเลย แล้วไปเที่ยวพูดว่าฉันเต้น Hip-Hop ทั้งๆที่
รากฐานของมัน แก่นของวัฒนธรรมคุณยังไม่รู้ที่มา ยังไม่สามารถทำพื้นฐานของมันได้
แล้วคุณจะเอาไปสอนไปบอกคนอื่นได้อย่างไรว่าคุณเต้น Hip-Hop จริงๆ



 B-boying


Popping


  
Locking




คำว่า Hip-Hop dance มันกว้างมาก มันครอบคลุมหลายๆ style การเต้น แม้แต่ House ,Wacking BeBop แม้แต่การเต้น Trap ก็เป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมการเต้นนี้ ดังนั้นคุณควรทำความเข้าใจกับมันให้กว้างกว่าที่คุณเห็นภาพใน MTV ยิ่งถ้าเราดูดนตรี Hip-Hop สมัยนี้กลายเป็นดนตรี Trace เป็น Dubstep กลายเป็นอะไรไปหมดแล้ว จนคนไม่เห็นภาพจริงๆของ Hip-Hop แล้ว กลายเป็น
ผู้หญิงออกมาเต้น Booty shake (สาวๆออกมาเต้นส่ายก้น) ออกมาสลับขาแบบ Shuffling
บิดเบือนของแท้ที่มันควรจะเป็น บิดเบือนความเข้าใจของนักเต้นสมัยใหม่ให้ออกห่างจากความ
เป็นจริงไปทุกที จนทำให้รูปแบบ Style การเต้นอื่นๆดูเป็น Oldschool (แบบเก่า) ไปหมด ซึ่งจริงๆ
มันไม่ใช่ เพราะการเต้น Hip-Hop ของแท้มันมีการพัฒนาเทคนิคอยู่ตลอดเวลาและดีขึ้นเรื่อยๆด้วย
ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่ได้ยินชื่อของ การเต้นหลายๆ แนวทั้ง B-boy ,Popping ,Locking ,House
ฯลฯ หรอกครับ เพราะมันยังอยู่และมันไม่ได้เก่าเลยแต่นับวันยิ่งพัฒนาไปมากขึ้น !



James Brown

                                                          KRS ONE

                                                       SugarHill Gang



                                                 A Tribe Called Quest



                                                    Earth, Wind & Fire


                                                         
                                                KC & The Sunshine Band



                                   Michael Viner's Incredible Bongo Band


ผมแค่จะบอกว่าทุก style ที่คุณรู้จักมันคือ Hip-Hop มันมาจากวัฒนธรรม Hip-Hop เราจึงใช้
หลายๆคำที่เป็น Hip-Hop มันคือวัฒนธรรม ไม่ใช่การเต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง มันคือประวัติศาสตร์มันคือผู้คนที่ร่วมกันสร้างสรรค์รูปแบบการเต้นหลายๆแบบขึ้นมา การที่คุณเต้น Freestyle เป็น รู้ประวัติศาสตร์ รู้จัก James Brown , Sugarhill gang รู้จัก Incredible Bongo band  รู้จัก KC & Sunshine bang ,Earth Wind Fire , A tribe called quest ,KRS one  เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่เต้น Hip-Hop ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด การที่คุณเต้นกับเพลงเหล่านี้ได้นั่นก็แสดงได้ถึงความรู้เกี่ยวกับการเต้นของคุณด้วยนั่นแหละ เพราะนั่นเท่ากับว่าคุณรู้จักคำว่า Hip-Hop จริงๆ


ความรู้คือพลัง !


PEACE ~
 
 


อยากหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรม Hip-Hop และข่าวสารในวงการเต้น
B-boy ,B-girl , Freestyle และ Streetdance สนใจติดต่อเราเพื่อเรียนเต้นหรือจ้าง
งานกับทีมงานระดับมืออาชีพ ได้แชมป์จากในปละต่างประเทศมากมาย !


Free Soul Studio 
https://www.facebook.com/freesoulstudio/
http://www.FreeSoulStudio.com/

Jam On It Official Page 
https://www.facebook.com/JamOnItParty/

หรือติดตามข่าวสารจากตัวผู้เขียนด้วยการ
กด Follow หรือ กด Like ได้ที่นี่ครับ !
https://www.facebook.com/bboycheno99flava/
https://www.facebook.com/cheno.ninetynineflava/



*** สามารถฟังเพลง Funk Soul Oldschool Breakbeat ในเพลลิสของผมได้ครับ ;) ***

https://www.youtube.com/watch?v=hZpCrdU4iRY&list=PLIbVSuaC_0rxkmRoFBrHQOpaudnfDuGo5

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เชื่อมั้ยว่าโลกกำลังเปลี่ยน ?

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทั้งหลาย วันนี้จู่ๆก็นึกเป็นห่วงเป็นใยหลายๆท่านขึ้นมา เพราะสถานะการณ์
โลกที่มันเปลี่ยนไป ทั้งสงคราม จลาจลที่มากขึ้นในหลายประเทศ ภัยพิบัติ ทรัพยากรณ์โลกที่
น้อยลงมาก ความสมดุลย์โลกศูนย์เสียไปเยอะ ภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลง ของประเทศมหาอำนาจ
พร้อมที่จะทำให้เกิดภาวะสงครามได้ตลอดเวลา ฟังดูน่ากลัวใช่มั้ยครับ แต่ผมมองว่ามันเป็นไปได้
แต่ก็ไม่อยากให้ท่านๆตื่นตระหนกตกใจ แต่อยากมาเตือนกันให้พร้อมรับสถานะการณ์ดีกว่าครับ







เรามาสมมุติกันเล่นๆดีกว่าว่าถ้าโลกของเราเกิดภาวะ อะไรขึ้นซักอย่างเราจะอยู่กันอย่างไร ? 



คนเมืองอย่างเราๆจะทำอะไรได้บ้าง เมื่อสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น แน่นอนครับโกลาหลแน่ๆ 
ทุกคนวิ่งเข้าเซเว่น เข้าห้างซื้อของตุลจนบ้าครั้ง มาม่าหมด น้ำเปล่าหมด ข้าวสารหมด 
ตลาดก็ไม่มีอะไรขาย (เพราะเขาก็ต้องเอาตัวรอดใครจะเอาออกมาขายล่ะครับ) วุ่นวาย
แน่ๆ ของอย่างสุดท้ายในชั้นมีทะเลาะกันแย่งกัน อาจถึงกับต้อง ฆ่าแกงกัน รัฐบาลก็จะได้
แต่พูดว่าขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบเราได้ควบคุมสถานะการณ์ไว้ได้แล้ว ทั้งๆที่เราก็รู้
ว่าไม่มีใครควบคุมเรื่องพวกนี้ได้ (เอาแค่เลิกตีกันแล้วอยู่อย่างสงบยังยากเลย) คนที่ทำงาน
บริษัทต้องหยุดงาน เพราะไม่มีอะไรทำงานได้ ไม่มีงานให้ทำ เงินที่มีอยู่ในกระเป๋าซื้ออะไร
ไม่ได้ กลายเป็นกระดาษใบหนึ่ง บัตรเครดิตใช้ไม่ได้ ธนาคารปิด สนามบินปิด ไม่มีเครื่อง
ขึ้นลงเพราะอันตรายเกินไปที่จะเอาเครื่องขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานไม่ได้ น้ำไม่ไหล 
ไม่มีไฟฟ้าใช้ ตกกลางคืนมึดไม่มีไฟ ต้องคอยระวังคนไม่ดีที่อยู่ในสังคมเวลาออกไปข้างนอก
หรือแม้แต่อยู่ในบ้าน เพราะภาวะแบบนี้มีแต่คนบ้า คนหิวโหย ทำได้ทุกอย่างเพื่ออยู่รอด 
คุณต้องป้องกันตัวเองไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม อาหารที่ร่อยหรอทำให้คุณเครียด มีภาวะความเครียดมากขึ้น ใครทำไม่ได้ก็จะเริ่มสติแตก หรือ บางคนถึงกับฆ่าตัวตาย ใครที่มีรถยนต์อาจจะออกไปต่างจังหวัดเพื่อหาแหล่งอาหารหรือความช่วยเหลืออื่นๆ ต้องขับรถอย่างระมัดระวัง ทั้งโจร ทั้งน้ำมันที่พร้อมจะหมด ไฟฟ้าที่ใช้ไม่ได้ก็ทำให้ หลายๆอย่างในปั๊มไม่วิ่ง อาจจะเติมน้ำมันไม่ได้ก็ได้ ทหารอาจจะช่วยคุณได้ แต่ยังไงซะคุณก็พึ่งเขาตลอดไม่ได้เช่นกันเพราะคนที่เป็นแบบคุณไม่ได้มีคุณคนเดียวแต่มีเป็นล้านๆ คราวนี้เราจะทำยังไง ทำอะไรไม่เป็นหนีไปไหนไม่ได้ ทุกอย่างดูมืดมน ชีวิตไม่ได้เหมือนฝันอีกต่อไป .. 




 กลับมาที่ปัจจุบันดีใจจังที่ผมยังได้เขียน Blog ให้คุณอ่านอยู่ตรงนี้ :)


เราจะเตรียมตัวยังไงถ้าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ? 

อันดับแรกที่เราต้องทำคือ หัดปลูกฝักสวนครัวกินเอง บางคนอยู่อพาร์ทเม้นท์ บอกว่่าตัวเอง
ปลูกไม่ได้หรอกไม่มีเวลา ไม่มีเนื้อที่ เราจริงๆเดี๋ยวนี้มีโครงการผักลอยฟ้า สวนผักคนเมือง 
เยอะแยะมากมีการ workshop ด้วย ว่าต้องปลูกยังไง การหัดเรื่องพวกนี้ไว้ไม่ใช่เรื่องเสีย
หาย เพราะอย่างน้อยเราก็ปลูกผักเป็น นั่นแปลว่าถ้าเราย้ายไปอยู่นอกเมืองเราก็พอจะทำ
เป็นบ้าง สร้างอาหารได้เองแน่ๆ ไม่ต้องกลัวอดตายเมื่อภาวะนั้นมาถึง เราสามารถปรับตัว
ได้ทันที อันดับที่สองคือ การหัดทำอาหาร การทำกับข้าวเป็นจะทำให้คุณรอดตาย อันดับ
ต่อไปคือ คุณต้องหัดพื้นฐานเรื่องของการดำรงชีวิตในป่า หัดอ่านหัดหาความรู้ไว้บ้าง
 เมื่อถึงเวลานั้นคุณจะอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกโดยมีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นๆ อันดับต่อไปคือ 
การฝึกสมาธิไว้บ้าง ไม่ว่าจะเดินจงกรม หรือ นั่งสมาธิ หัดทำให้เป็น เจริญสติให้เป็น 
จริงๆผมว่าข้อนี้ควรจะเป็นข้อแรกเลยด้วยซ้ำ เพราะถ้าถึงเวลานั้นทุกคนจะไม่มีสติเป็น
อันดับแรก คุณจะเป็นคนเดียวที่ยังมีสติ และ คิดหาทางออกได้ว่าจะทำอะไรต่อไป 
โดยไม่แตกตื่น เป็นบ้าตามสถานะการณ์นั้น







การเตรียมตัวไว้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ต้องถึงกับเป็นบ้าหวาดระแวง แต่เราควรศึกษาสิ่งเหล่านี้ไว้อย่างน้อยเวลามันมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยตัวเองได้เป็นอันดัีบแรก สามารถเอาตัวรอดได้ในสภาวะที่ยากลำบาก แม้ว่ามันจะแย่แค่ไหน เราก็ยังสามารถอยู่ได้ ถึงแม้โลกจะต้องกลับมาเริ่มใหม่ทั้งหมดมันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าจะตาย กลับดีด้วยซ้ำมันทำให้เราที่เหลืออยู่รู้ว่าควรจะทำอะไรในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้อย่างถูกต้อง อยู่กันอย่างไม่เห็นแก่ตัว แบ่งปัน ไม่มองกันที่ภายนอกอย่างเดียว รักโลก รักต้นไม้ รักธรรมชาติมากขึ้น ใช้ชีวิตอย่างที่เราควรจะเป็นเยี่ยงสัตว์ชนิดหนึ่งบนโลกใบนี้ ซึ่งทำให้เราสมควรใช้ชีวิตอยู่ต่อไปในฐานะ
ของมนุษยชาติ !




อยากหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรม Hip-Hop และข่าวสารในวงการเต้น
B-boy ,B-girl , Freestyle และ Streetdance สนใจติดต่อเราเพื่อเรียนเต้นหรือจ้าง
งานกับทีมงานระดับมืออาชีพ ได้แชมป์จากในปละต่างประเทศมากมาย !


Free Soul Studio 
https://www.facebook.com/freesoulstudio/
http://www.FreeSoulStudio.com/

Jam On It Official Page 
https://www.facebook.com/JamOnItParty/

หรือติดตามข่าวสารจากตัวผู้เขียนด้วยการ
กด Follow หรือ กด Like ได้ที่นี่ครับ !
https://www.facebook.com/bboycheno99flava/
https://www.facebook.com/cheno.ninetynineflava/



*** สามารถฟังเพลง Funk Soul Oldschool Breakbeat ในเพลลิสของผมได้ครับ ;) ***

https://www.youtube.com/watch?v=hZpCrdU4iRY&list=PLIbVSuaC_0rxkmRoFBrHQOpaudnfDuGo5

วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Each 1 Teach 1

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทั้งหลาย วันนี้จะขอพูดถึงเรื่องโครงการของผมเอง ซึ่งได้รับแรงบรรดาลใจ
มาจากการอ่านบทความของ Mr.Wiggles (Rock Steady crew/ NYC) เขาเป็นรุ่นบุกเบิก การเต้น
Hip-Hop ในยุค 80's ให้ B-boy ,Popping และ Locking เป็นที่นิยมในอเมริกา และทั่วโลก เอาล่ะ
ครับเพื่อไม่ให้เป็นการเีสียเวลาผมจะเริ่มเลยแล้วกัน ..



การเต้น Breakdance (เป็นชื่อที่สื่อในสมัยนั้นใช้่เรียก B-boy ,Popping และ Locking) เริ่มต้นมา
จากเด็กๆในย่าน Bronx ในเมือง New Yorks ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 70-80's เมืองได้มี
ผู้อภยพและผู้แสวงหาความฝันมาอาศัยอยู่ในอเมริกาเป็นจำนวนมาก ย่านนี้เป็นย่านของพลเมือง
ชั้น 2 คน แอฟริกัน ,เปอร์โตริกัน ,แมคซีกัน ฯลฯ ยังไม่เจริญมากนัก มีปัญหาสังคมเกิดขึ้นมากมาย
ทั้งปล้นจี้ วิ่งราว โสเภณี ค้ายา รวมไปถึงแก็งกวนเมืองต่างๆ เป็นสังคมที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน
ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า แต่แล้วก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งเกิดคิดสนุกเริ่มสร้างสรรค์
การเต้นขึ้นมาโดย ได้รับแรงบรรดาลใจมาจาก หลายๆอย่างทั้ง หนังกังฟู ยิมนาสติก หรือแม้แต่ท่า
เต้นของชนพื้นเมืองอเมริกัน (อินเดียแดง) การเต้น Salsa และ กลุ่มแก็งที่สร้าง style การเต้นที่
เรียกว่า Rocking เด็กๆเหล่านั้นได้เลียนแบบท่าทางต่างๆจนคิดค้นให้กลายเป็นรูปแบบการเต้นของ
ตัวเองหลังจากนั้นพวกเขาก็ยุ่งอยู่กับสิ่งที่เข้าเรียกว่าการเต้น B-boy (ผู้หญิงก็เรียกว่า B-girl)



                                              

                           ภาพจากหนังสืิอของ Martha Cooper ‘Hip Hop Files’




กิจกรรมนี้ทำให้เขาออกห่างจากการเป็น แก๊งกวนเมือง เป็นเด็กส่งยา หรือเป็นโสเภณี ด้วยการเต้น
นี้ทำให้พวกเขาได้พิสูจน์ตัวเอง ในฐานะของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ทำสิ่งที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์
โดยไม่ต้องอาศัยหน่วยงานใดใดเข้ามาแก้ปัญหาสังคมเลย ในขณะเดียวกันนั้นก็มีการรวมของวัยรุ่น
ที่ทำกิจกรรมร่วมกัน คือ MC (Rapper) , DJ และ Graffiti writer รวมเป็นหนึ่งเดียวซึ่งเรียกตัวเองว่า
 " Hip-Hop " คำๆนี้ไม่ใช่แนวดนตรีมันคือรูปแบบของสังคมที่มาร่วมกันทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์
ด้วยกันให้สังคมนั้นน่าอยู่มากขึ้น ทำให้คนไม่ติดยา ไม่ส่งยา วัยรุ่นไม่ตีกันแต่เปลี่ยนมา Battle กัน
ด้วยความสามารถของตัวเอง และทำให้ทุกคนสังคมนั้นมีที่อยู่มากขึ้น ..



                          ภาพจากหนังสืิอของ Martha Cooper ‘Hip Hop Files’




 เกริ่นมาเยอะแล้วแล้วมันเกี่ยวยังไงกับโครงการ Each 1 Teach 1 โครงการนี้คือการคืนกำไรให้
สังคม เป็นโครงการที่ต้องการให้คนไม่มีเงินเรียนเต้น หรือคนที่อยู่้ไกลๆไม่สามารถเข้ามาหาความรู้
เองในเมือง ได้เรียนรู้จากความรู้จริงๆเพื่อที่จะได้ไปสอนคนอื่นๆต่อ เป็นความรู้ฟรีๆที่เราสามารถ
แบ่งปันได้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และ ทำให้กลุ่มนักเต้นทีมีมากขึ้นมีความแข็งแกร่งในด้าน
ความคิดด้วยว่าง่ายๆ ไม่ใช่เอาแต่จำนวนเพิ่มอย่างเดียว จำนวนต้องเพิ่มไปกับคุณภาพด้วย 
แต่โครงการนี้จะขอจัดขึ้นในสถานศึกษา ครับเพื่อสนับสนุนกลุ่มนักเต้นที่ซ้อมเต้นกันอยู่ใน
สถานศึกษาต่างๆทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เพราะถ้าทุกคนมีความรู้แล้วอะไรๆในบ้านเมือง
เราก็จะพัฒนาไม่ยาก เป็นโครงการฟรีแบบเข้าไป Workshop ให้ 2-3 ชั่วโมง สอนทุกอย่างที่
ทุกคนอยากรู้ แต่จะมีกล่องบริจาคถือไปด้วยโดยให้คนที่เข้าร่วม Workshop หยอดได้ตามจิตศรัทธา
แล้วเราจะเอาเงินนี้ไปทำบุญ หรือบริจาคครับ






จุดประสงค์ คือ การจุดประกายนักเต้น B-boy,B-girl หรือผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการเต้นชนิดนี้ให้สามารถมีความคิดที่จะเอาความรู้เหล่านี้ไปสอนต่อ ตาม concept ของโครงการ คือ 
Each 1 Teach 1 (1 คน สอน 1 คน) เป็นแรงบรรดาลใจให้คุณทำิ่สิ่งที่คุณทำต่อไป เป็น
แรงบรรดาลใจให้คุณเริ่มทำมัน สร้างความคิดดีๆ เพื่อสอนคนอื่นๆ รุ่นน้องรุ่นพี่ ให้เข้ามาใส่ใจกับสังคมมากขึ้น หันมาช่วยเหลือกันมากขึ้น ทำอะไรที่มีคุณค่ามากกว่าการหาเงินเพียงอย่าง
เดียว เมื่อมีความเข้าใจ ใครก็มาหลอกคุณไม่ได้ สามารถเอาความรู้ไปพัฒนาต่อให้เกิดเป็น 
style ของตัวเองและ เป็นที่ยอมรับของตัวเองและในสังคม และในขณะเดียวกันทุกคนก็ได้
ทำบุญไปพร้อมๆกันด้วยครับ  



คิดโครงการนี้เพราะผมรู้สึกว่าผมต้องให้อะไรกับเด็กบ้างเพราะตอนผมเต้นแรกๆไม่มีใครสอนมีรุ่น
พี่ไม่กี่คนที่บอก และความรู้จริงๆก็หายากกว่านี้มากไม่มี internet ไม่มี youtube ไม่มีอะไรให้ดู
ต้องอ่านบทความภาษาอังกฤษ แล้วแปลเอา หรือดูรุ่นพี่เอา ดังนั้นผมเข้าใจพวกคุณผมเลยอยากทำ
อยากให้คุณได้กำลังใจและความรู้ที่ไม่รู้จากคนที่เคยทำมาก่อนแล้ว ผมอยากให้คุณยิ้มได้ไม่ต้อง
งงๆหา clip หา เพลง หาความรู้แบบยากลำบาก อยากให้อะไรที่คุณทำมันง่ายขึ้นอีกหน่อยก็ยังดี


ผมรักการเต้นชนิดนี้มากพอๆกับชีวิตของผม และ ความฝันของผมก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมตั้งแต่เริ่มเต้นแรกๆคือ อยากให้มีคนเต้นเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ผมจะได้มีเพื่อนเต้น และอีกอย่างคืออยากให้ทุกคนเก่งกันมากๆ ผมจะได้เต้นกับคุณได้สนุกมากขึ้น และ เราจะเข้าใจกันมาก
ขึ้น :) 


ยังไงก็ถ้าน้องๆคนไหนสนใจก็เข้ามาลงชื่อในนี้ได้ครับที่ 

https://www.facebook.com/events/509572962386874/  


ปล ; กฏกติกาอยู่ข้างในนะครับลองอ่านก่อนแล้วค่อย Post เน่อ แล้วเจอกันครับ ;)





อยากหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรม Hip-Hop และข่าวสารในวงการเต้น
B-boy ,B-girl , Freestyle และ Streetdance สนใจติดต่อเราเพื่อเรียนเต้นหรือจ้าง
งานกับทีมงานระดับมืออาชีพ ได้แชมป์จากในปละต่างประเทศมากมาย !


Free Soul Studio 
https://www.facebook.com/freesoulstudio/
http://www.FreeSoulStudio.com/

Jam On It Official Page 
https://www.facebook.com/JamOnItParty/

หรือติดตามข่าวสารจากตัวผู้เขียนด้วยการ
กด Follow หรือ กด Like ได้ที่นี่ครับ !
https://www.facebook.com/bboycheno99flava/
https://www.facebook.com/cheno.ninetynineflava/



*** สามารถฟังเพลง Funk Soul Oldschool Breakbeat ในเพลลิสของผมได้ครับ ;) ***

https://www.youtube.com/watch?v=hZpCrdU4iRY&list=PLIbVSuaC_0rxkmRoFBrHQOpaudnfDuGo5